หลักการเลือกใช้ Inverter Drive ที่เหมาะกับ Industrial Motor

หลักการเลือกใช้ Inverter Drive ที่เหมาะกับ Industrial Motor ในโรงงาน

Motor 75 kW ไม่ได้หมายความว่า Inverter ต้อง 75 kW เสมอไป ? เมื่อโรงงานต้องเลือก Variable Speed Drive (VSD) หรือ Inverter สำหรับ Pump, Fan หรือ Heavy Motor หลายคนอาจเริ่มต้นจากคำถามว่า Motor กี่ kW? แต่ในทางวิศวกรรม kW เป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ต้องพิจารณา เพราะ Motor ที่มีกำลังเท่ากัน หากนำไปขับโหลดคนละประเภท อาจต้องเลือก Drive ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยเฉพาะในงาน Heavy Industry ที่ต้องเจอกับ High Starting Torque, Load Variation, Continuous Operation และสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือความร้อน 1.เริ่มจากรู้ก่อนว่า Load เป็นประเภทไหน หลักสำคัญในการเลือก VSD คือ…

ปัญหาเกิดขึ้นตอน Line วิ่งเร็วๆ เราจะตรวจสอบมันได้อย่างไร

Production Line วิ่งเร็วแล้วมีปัญหา เราจะตรวจสอบมันได้อย่างไร?

ปัญหาเกิดขึ้นตอน Line วิ่งเร็วๆ แต่ทำไมตอนหยุดเครื่องกลับหาไม่เจอ? ตอน Production Line กำลังวิ่งอยู่ เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พอหยุดเครื่องเพื่อเข้าไปตรวจสอบ ปัญหากลับหายไป เพราะบางปัญหา ไม่ได้เกิดขึ้นตอนเครื่องหยุด แต่มันเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ชิ้นงานหรือชิ้นส่วนกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แล้วจะมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร? หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยวิศวกร มองเห็นการเคลื่อนไหวที่เร็วเกินกว่าสายตาจะตามทัน คือ Stroboscope หลักการคือการใช้แสง Flash ที่มีความถี่เหมาะสมกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อปรับความถี่ของแสงให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ สิ่งที่กำลังเคลื่อนที่เร็วจะสามารถปรากฏให้เห็นคล้ายกับว่ามันหยุดนิ่ง หรือเคลื่อนที่ช้าลง ทำให้ทีม Production และ Maintenance สามารถสังเกตพฤติกรรมของเครื่องจักรหรือชิ้นงาน ขณะที่ Line กำลังวิ่งอยู่ด้วยความเร็วสูง Stroboscope ช่วยดูอะไรได้บ้าง? 1. ตรวจการเคลื่อนที่ของชิ้นงานที่ความเร็วสูง เมื่อ Wire, Cable หรือวัสดุอื่น ๆ กำลังเคลื่อนที่เร็ว การมองด้วยตาเปล่าอาจเห็นเพียงภาพที่เบลอ Stroboscope สามารถช่วยสร้างสภาวะแสงที่ทำให้การเคลื่อนที่ดูช้าลงหรือเหมือนหยุดนิ่ง จึงช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของการเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น สำหรับ High-Speed Rotation และ High-Speed Movement Observation โดยตรง…

เข้าโรงงานไม่ได้เพราะน้ำท่วม เราควรทำอย่างไร

ถ้าวันนี้น้ำท่วมจนเราเข้าโรงงานไม่ได้ ในฐานะ Engineer เราจะทำอะไรได้บ้าง?

ในสถานการณ์ปกติ เราอาจต้องเข้าไปตรวจ Machine, PLC, Inverter, Sensor หรือ Production Line ด้วยตัวเอง แต่เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ไม่สามารถเข้าโรงงานได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การรีบเข้าไปดูเครื่องจักร แต่คือการ เตรียมข้อมูลและแผนตรวจสอบให้พร้อม ก่อนที่เราจะสามารถกลับเข้าไปได้อย่างปลอดภัย เพราะยิ่งระบบ Automation มีความซับซ้อนมากเท่าไร การกลับมา Restart Production ก็ยิ่งต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นระบบมากขึ้น 1. อย่าเพิ่งรีบเข้าโรงงานเพื่อเช็กเครื่องจักร สิ่งแรกที่ Engineer ควรให้ความสำคัญคือ Safety หากพื้นที่โรงงานมีน้ำท่วมขัง ไม่ควรเข้าไปสัมผัสตู้ไฟ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจถูกน้ำท่วมโดยไม่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย “เครื่องจักรซ่อมได้ แต่ความปลอดภัยของคนต้องมาก่อน” 2. ใช้ช่วงเวลาที่เข้าโรงงานไม่ได้ “เตรียมข้อมูลได้” เมื่อยังเข้าโรงงานไม่ได้ Engineer สามารถเริ่มจากข้อมูลที่มีอยู่ก่อน เช่น ลองตรวจสอบว่า ถ้าเครื่องจักรเสียหาย เรามีข้อมูลเพียงพอสำหรับการตรวจสอบและ Recovery หรือยัง? 3. ตรวจสอบว่า Automation System ตัวไหนเป็น Critical Point เมื่อกลับเข้าโรงงานได้ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างพร้อมกัน…