ในการผลิต Wire & Cable หลายโรงงานให้ความสำคัญกับ
- Diameter
- Surface Defect
- Eccentricity
- Material
แต่มีอีกหนึ่ง Process Parameter ที่บางครั้งถูกมองข้าม
Tension
เพราะในกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง Wire หรือ Strand ต้องถูกดึงและลำเลียงผ่านกระบวนการต่าง ๆ ด้วยแรงตึงที่เหมาะสม
หาก Tension ไม่คงที่ กระบวนการผลิตก็อาจไม่คงที่ตามไปด้วย
แล้ว Tension ไม่คงที่ ส่งผลอย่างไร?
1. Wire อาจถูกดึงมากหรือน้อยเกินไป
Tension ที่สูงเกินไปสามารถเพิ่มแรงดึงที่กระทำกับวัสดุ ขณะที่ Tension ที่ต่ำเกินไปอาจทำให้การควบคุมแนวการวิ่งของวัสดุทำได้ยากขึ้น
ในกรณีที่รุนแรง Tension ที่สูงเกินไปอาจทำให้วัสดุยืดหรือเกิดการขาดได้
ในทางกลับกัน Tension ที่ต่ำเกินไปก็อาจทำให้เกิดความหย่อนหรือการควบคุมกระบวนการไม่สม่ำเสมอ
ดังนั้นคำถามจึงไม่ใช่แค่ Tension เท่าไร?
แต่คือ Tension คงที่ตลอดกระบวนการหรือไม่?
2. Stranding / Bunching อาจควบคุมความสม่ำเสมอได้ยากขึ้น
ในกระบวนการ Stranding หรือ Bunching
Wire หลายเส้นต้องถูกนำมารวมและจัดเรียงเข้าด้วยกัน หากแรงตึงของแต่ละ Strand แตกต่างกัน กระบวนการจึงต้องควบคุม Tension ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้น
ระบบวัด Tension สำหรับ Wire & Cable สามารถตรวจวัด Tension ของ Individual Wire หรือ Strand ได้ ทำให้ Production และ Quality สามารถเห็นข้อมูลของกระบวนการได้มากกว่าการอาศัยการสังเกตเพียงอย่างเดียว
3. ปัญหาอาจเกิดขึ้นตอน Line กำลังผลิต แต่ตรวจไม่ทัน
นี่เป็นอีก Pain Point ที่พบได้บ่อยเช่นกัน คือ Tension อาจเปลี่ยนแปลงตาม
- การเปลี่ยนแปลงของ Spool
- Brake Condition
- Line Speed
- Process Setting
- ความแตกต่างของแต่ละ Strand
หากตรวจด้วยวิธี Manual เป็นช่วง ๆ อาจเห็นเพียงค่า Tension ณ เวลาที่วัด
แต่ไม่เห็นว่า ระหว่าง Production จริง Tension เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?
การ Monitoring แบบต่อเนื่องจึงช่วยให้เห็น Parameter ในช่วงเวลาที่เครื่องกำลังทำงานจริงได้มากขึ้นนั่นเอง
4. Tension ไม่สมดุล อาจนำไปสู่ Process Variation
ลองนึกภาพ Stranding Machine ที่มีหลาย Strand หากแต่ละเส้นมี Tension แตกต่างกันมาก
Production Team อาจต้องใช้เวลาในการหาว่า Variation เกิดจาก Strand ไหน หรือเกิดขึ้นในช่วงใดของกระบวนการ
ระบบ Tension Monitoring สามารถช่วยให้เห็นค่า Tension ของแต่ละ Wire / Strand และใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นหนึ่งใน Parameters สำหรับการวิเคราะห์คุณภาพและกระบวนการผลิต
5. การปรับ Brake ด้วยมือ อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุก Production Line
ในบางเครื่องจักร Operator อาจต้องปรับ Brake ของแต่ละ Pay-off เพื่อรักษาแรงตึงให้อยู่ในช่วงที่ต้องการ แต่เมื่อ Production เดินต่อเนื่อง ค่า Tension อาจเปลี่ยนไปตามสภาวะของกระบวนการ
ระบบ Tension Control แบบ Closed-loop สามารถใช้ค่าที่วัดได้เปรียบเทียบกับ Reference Value และปรับแรงเบรกเพื่อช่วยรักษา Tension ให้อยู่ในค่าที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง
แล้วต้องทำอย่างไร ?
ขั้นแรกคือ Measurement
เพราะถ้าเราไม่รู้ว่า Tension จริงใน Production Line เป็นอย่างไร
ก็ยากที่จะรู้ว่าควรปรับ Process ตรงไหน
ควรทำ Automatic Tension Control?
แนวทางของระบบสามารถเริ่มจากการวัด Tension และต่อยอดไปสู่การแสดงผลข้อมูล การบันทึกข้อมูล และ Closed-loop Control ได้ตามความต้องการของระบบ
💡TIP
ถ้าปัญหาเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นใน Production Line ของคุณ
- Wire Tension เปลี่ยนระหว่าง Production
- Operator ต้องปรับ Brake ด้วยมือบ่อย
- แต่ละ Strand มี Tension ไม่เท่ากัน
- ต้องการรู้ค่า Tension แบบ Real-time
- ต้องการเก็บข้อมูล Process เพื่อวิเคราะห์คุณภาพ
- ต้องการลด Variation ในกระบวนการ Stranding / Bunching
Tension Sensor อาจเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการตรวจสอบได้








