ในกระบวนการผลิต Wire, Cable และ Tube
Defect บางอย่างอาจมองเห็นได้ง่าย แต่บางอย่างเกิดขึ้นขณะผลิตด้วยความเร็วสูง และอาจตรวจพบเมื่อผลิตไปแล้วหลายร้อยเมตร
คำถามคือ…
“ถ้าต้องการตรวจ Defect ให้เจอตั้งแต่ระหว่างการผลิต ควรใช้เครื่องมือแบบไหน?”
ลองดู 5 เทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพในสายการผลิต
01 | Laser Micrometer
ตรวจขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแบบ Non-contact
ขนาด Wire / Cable / Tube ไม่สม่ำเสมอ หรือ Diameter หลุดจาก Spec
Laser Micrometer สามารถวัด Outside Diameter แบบไม่สัมผัสชิ้นงาน และใช้ตรวจสอบขนาดระหว่างการผลิตได้
เหมาะกับการตรวจ
• Wire & Cable
• Plastic Tube
• Rubber Tube
• Pipe
• Extrusion Products
จุดสำคัญคือสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ ขณะ Line กำลังผลิต ทำให้สามารถแก้ไขกระบวนการได้เร็วขึ้น
02 | Surface Variation Detector
ตรวจ Lump / Bulge / Projection ที่เกิดบนผิว
สายไฟหรือท่อมี ปุ่มนูน, รอยนูน, การโป่ง หรือความผิดปกติของผิว
Defect ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นระหว่าง Extrusion และหากตรวจพบช้า อาจทำให้ต้องคัดทิ้งผลิตภัณฑ์จำนวนมาก
Surface Variation Detector สามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของผิวแบบ Non-contact และ Continuous ได้ แม้ผลิตด้วยความเร็วสูง
03 | Surface Defect / Vision Inspection
ตรวจรอย, Pin Hole, Bubble และสิ่งผิดปกติบนผิว
Defect บางชนิดไม่ได้ทำให้ Diameter เปลี่ยนอย่างชัดเจน แต่มีผลต่อคุณภาพของผิว
เช่น
Scratch | Pin Hole | Bubble | Fish Eye | Foreign Material | Color Change
ระบบ Vision Inspection สามารถใช้กล้อง Line Scan ตรวจพื้นผิวของ Cable หรือ Tube และแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ พร้อมบันทึกภาพ Defect ไว้สำหรับตรวจสอบย้อนหลังได้
04 | Eccentricity Monitor
ตรวจการเยื้องศูนย์ของ Cable
ขนาดภายนอกดูเหมือนปกติ แต่ Conductor อยู่ไม่ตรงศูนย์กลาง
ปัญหานี้อาจส่งผลต่อความหนาของ Insulation ที่ไม่สม่ำเสมอ
Eccentricity Monitor จึงช่วยตรวจสอบตำแหน่งของสายภายในและคำนวณ Eccentricity แบบ Non-contact ระหว่างการผลิต
05 | Stroboscope
มอง Defect บนชิ้นงานที่กำลังเคลื่อนที่
สายการผลิตกำลังวิ่งเร็ว แต่ต้องการดูว่า
“Defect เกิดตรงไหน และเกิดจากอะไร?”
Stroboscope ใช้แสง Flash ที่สัมพันธ์กับความเร็วของวัตถุ ทำให้ชิ้นงานที่กำลังเคลื่อนที่ดูเหมือนหยุดนิ่ง
จึงช่วยให้ Operator สามารถ สังเกตสภาพของกระบวนการและตรวจสอบความผิดปกติของชิ้นงานที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง โดยไม่จำเป็นต้องหยุด Line
แล้วโรงงานของคุณกำลังเจอ Defect แบบไหน?

เพราะ Defect แต่ละแบบ…อาจต้องใช้วิธีตรวจที่แตกต่างกัน
การเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับ ชนิดของ Defect, Material, ขนาดชิ้นงาน และความเร็วของ Production Line จึงเป็นจุดสำคัญของระบบ Quality Inspection








